Categories

เพลง: เทศกาล Holidays (Demo)

posted on 15 Feb 2009 00:36 by lertom  in Music

วันนี้อยู่บ้าน เลยแต่งเพลงต้อนรับเทศกาล เดี๋ยวจะหาว่าขวางโลก

(มีภาษาอังกฤษด้วยนะ เดี๋ยวไม่ทันสมัย)

 ------------------------------------

เพลง: เทศกาล (Holidays)
เนื้อร้อง/ทำนอง/ร้อง: Lertad

 

เข็มนาฬิกา
หมุนเดินผ่านตอนเที่ยงคืน

ไม่อยากตื่นให้ฝืน
ไม่อยากออกไปพบใคร

อยากให้วันเหล่านี้
มันหมุนเลยผ่านพ้นไป

อยากให้เป็นเหมือนวันทั่วไปได้ไหม


*Valentine, please don't be mine
Christmas Eve is not my style
Holidays just put me in denial

บรรยากาศที่ดูคึกคัก
มันไม่ตรงกับฉัน
ขอได้ไหมให้เทศกาลเหล่านั้น
ปล่อยฉันไว้คนเดียว

ไม่ว่าไปไหน
ก็เจอแต่ความรื่นเริง
ความบันเทิง
ที่คอยยัดเยียดให้ฉัน

อยากหลับตาไว้
ไม่ต้องฝืนไปพยใคร

อยากจะบอกให้ใครได้รู้เอาไว้


(*)

 ------------------------------------


เทศกาล Holidays (Demo) - Lertad

 

 

วันนี้กินไรกันดี           

เอ ไม่รู้สิ อะไรก็ได้           

เราก็กินอะไรก็ได้ เธออยากกินอะไรอ่ะ           

ไม่รู้ดิ อะไรก็ได้           

ไม่เอาอ่ะ เอาที่เธออยากกินดิ           

ก็วันนี้เราไม่ได้อยากกินอะไรนี่นา

อืมม งั้นไปกินฟูจิดีมะ           

อืมมม ไม่รู้สั่งไรกินอ่ะ           

อืมม เนอะ งั้นไปเซ็นมะ           

อืมมม หรอ ก็ไม่รู้จะสั่งอะไรอยู่ดีอ่ะ           

นี่ไง เธอชอบทาโกะยากิเซ็นไม่ใช่หรอ           

อือ แต่วันนี้ไม่ค่อยอยากกินอ่ะ           

อ่าวหรอไงดีอ่ะ           

 เราว่าเราไม่ค่อยอยากกินอาหารญี่ปุ่นอ่ะ           

อ่อหรอ... เออ งั้นเอาอาหารไทยดีมะ           

อะไรอ่ะ           

“อืมม สีฟ้ามะ           

เธออยากกินหรอ           

อืม ก็ได้นะ ไม่ได้กินข้าวไข่ข้นนานละ           

หรอ…”           

“เป็นไรหรอ”           

เปล่า           

ไม่อยากกินหรอ           

 ก็เปล่า           

อ่ะไม่ไปก็ได้           

เฮ้ยเปล่าๆ ไปดิ           

ก็เธอไม่อยากไปนี่           

อะไร เราไม่ได้บอกว่าไม่อยากไปสักหน่อย           

ก็เห็นทำท่าเหมือนไม่พอใจ           

อะไร เราทำอะไรเธอถึงคิดว่าเราไม่พอใจ           

ก็เปล่า เห็นเงียบๆ           

ทำไม เราเงียบไม่ได้หรอ           

ไม่ใช่ไม่ได้…”           

ถึงเงียบก็ไม่ได้หมายความว่าเราโกรธสักหน่อย           

เปล่า! ไม่ได้บอกว่าเธอโกรธ…”           

ก็เมื่อกี้เธอบอกว่าเราทำท่าไม่พอใจไง           

ก็ใช่ไงแต่ไม่ได้บอกว่าเธอโกรธ           

แล้วมันต่างกันตรงไหน           

ก็เปล่า……เออ เราขอโทษ           

เอาอีกละ ขอโทษอีกละ ชอบขอโทษจริงๆ ทำไมต้องขอโทษด้วยอ่ะ           

ก็เราทำให้เธอหงุดหงิด           

เปล่า เราไม่ได้หงุดหงิดซะหน่อย           

อืมก็ขอโทษที่เราขอโทษละกัน           

“…”           

“…”           

“…”           

สรุปไปกินไหนดีอ่ะ           

ก็สีฟ้าไง เธออยากกินไม่ใช่หรอ           

แล้วเธอจะกินอะไรอ่ะ           

ไม่รู้เหมือนกัน ไว้เดี๋ยวไปดูในเมนูก็ได้           

แน่ใจนะ           

อื้อ   

.

.

.

สรุปยอดใบเสร็จรายการอาหาร:      
ข้าวไข่ข้นกุ้ง        จำนวน     1  จาน
น้ำเปล่า              จำนวน     2  ขวด

 

"ฮอท กรานเด กรีนทีลาเต้ หนึ่งที่คร้าบ"

พนักงานหนุ่มที่เคาน์เต้อร้านกาแฟเปล่งเสียงออกมาสั่งเพื่อนร่วมงานทันทีที่เห็นผมเดินเข้ามาในร้าน ผมยิ้มตอบรับเขาพร้อมกับควักบัตรเงินสดของร้านกาแฟสาขาประจำที่ผมมานั่งทุกอาทิตย์ยื่นให้

"วันนี้รับพายไก่ร่วมด้วยมั้ยครับ"

ผมส่ายหน้าพร้อมแสยะยิ้มอีกหนึ่งครั้ง  วันนี้ผมมีความรู้สึกอยากไปหาร้านอาหารญี่ปุ่นดีๆทานสักมื้อหนึ่ง ฉลองให้กับห้าวันอันหนักหน่วงในกรทำรายงานและเตรียมพรีเซ้นท์โปรเจกต์ให้กับอาจารย์  อาทิตย์ที่ผ่านมาผมนอนวันละสองชั่วโมงมาตั้งแต่วันจันทร์ เมื่อวานผมจึงขอตัวเพื่อนๆในกลุ่มกลับบ้านแทนที่จะไปเที่ยวกันต่อกับพวกเขาเนื่องจากเช้าวันเสาร์เป็นช่วงเวลาพิเศษของผม

"ไอ้นี่เอาอีกละ กูว่ามันมีนัดกับสาวแน่ๆ วันเสาร์ไม่เคยว่าง วันศุกร์ก็รีบกลับทุกที แอบมีเด็กไม่ยอมบอกนะมึง"

เพื่อนผมมักจะกึ่งด่ากึ่งแซว จริงๆผมก็ไม่ได้อยากจะปิดหรอก แต่ผมคิดว่าสำหรับตอนนี้น่าจะดีกว่าสำหรับเราทั้งสองคนที่จะยังปิดไว้เป็นความลับอยู่ เพราะผมคิดว่าเอิร์นก็คงจะไม่อยากที่จะรีบเร่งอะไรเหมือนกัน

 

. . .เอิร์น. . .

แค่เพียงนึกชื่อของเธอก็ทำให้ผมยิ้มได้ ช่วงหลังๆนี้ผมมักจะยุ่งเกี่ยวกับงานที่มหาลัยในช่วงวันธรรมดาจึงทำให้โอกาสที่จะได้พบกับเอิร์นนั้นน้อยลงไปทุกที แต่มันก็ทำให้ช่วงเวลาที่ผมได้เจอเธอในช่วงวันหยุดแบบนี้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

"ฮอท กรานเด กรีนทีลาเต้ ได้แล้วครับ"

ผมเดินไปยังเคาน์เต้อร์รับกาแฟและหยิบแก้วกาแฟขนาดกลางพร้อมกับมองหาที่นั่ง  โชคดีที่วันนี้มุมโปรดริมกระจกของผมยังไม่มีใครนั่งเพราะมุมนี้จะสามารถมอง เห็นคนเข้าออกจากคอนโดได้สะดวกยิ่งขึ้น ผมนั่งลงจิบกาแฟ รอเวลาที่เธอจะเดินออกมา

 

 

ผมเจอเอิร์นครั้งแรกเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว วันนั้นเป็นวันจันทร์ซึ่งผมมีเรียนติดต่อกันทั้งเช้าและบ่าย ผมกับเพื่อนๆจึงไปหาข้าวกลางวันกินกันที่โรงอาหารข้างๆคณะ ในขณะที่ผมรอสั่งอาหาร ผมเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักศึกษากำลังแหงนมองป้ายรายการอาหาร มือหนึ่งถือกระเป๋าสตางค์ อีกมือหนึ่งเอานิ้วชี้มาแตะไว้ที่ใต้ริมฝีปากในขณะที่เธอกำลังมองเลือกรายการอาหาร ผมเธอตรงและอ่อนสลวย สีดำยาวประบ่า ดวงตากลมและเหมือนมีประกาย

ตอนนั้นผมจ้องมองเธออยู่อย่างนั้นจนเธอคงจะสังเกต แต่ในขณะที่เธอเหมือนจะกำลังจะเหลือบตามามอง ก็มีเสียงเพื่อนของเธอเรียกขึ้นมา "เอิร์นๆ"

นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมได้เห็นและรู้จักชื่อของเธอ


เย็นวันนั้นผมนั่งรถเมลล์มาลงที่หน้าคอนโดผมตามปกติ ด้วยความหิวผมจึงคิดจะไปหาซื้อลูกชิ้นปิ้งแถวริมถนนแต่ก็ลืมคิดไปว่าวันจันทร์ร้านริมถนนจะงดขาย

เอาวะ หิวขนาดนี้ยอมเปลืองตังหน่อยก็ได้

คิดได้ดังนี้ผมจึงแวะเข้าไปยังร้านกาแฟหน้าคอนโดที่ปกติแล้วผมจะไม่ได้เข้าไปบ่อยนัก ในหัวของผมยังจำใบหน้าและชื่อของเธอได้ จริงๆในใจผมกำลังคิดอยู่ว่าจะลองโทรศัพท์ไล่ถามเพื่อนคณะอื่นดู หรือเข้าไปเซิร์ชในอินเตอร์เน็ทว่าเธออยู่ปีอะไร เรียนคณะอะไร มันจึงเป็นเหมือนปาฏิหารย์เมื่อผมเข้าไปในร้านและพบว่าเธอคนนั้น ผู้มีผมยาวสลวบและดวงตากลมเป็นประกาย กำลังยืนงมหาสิ่งของในกระเป๋าสะพายเธออยู่ ตอนนั้นผมได้แต่ต่อคิวหลังจากเธอโดยที่ไม่ได้กล้าที่จะพูดอะไร

"อุ๊ย!"

ต๊อก!  แต่ก. . แต่ก แต่ก แต่ก แต่กกก. .

สิ่งของมากมายตกลงบนพื้น ผมเห็นเธอทำท่าตกใจ ในขณะที่มือหนึ่งถือกระเป๋า และอีกมือถือกระเป๋าสตางค์ใบเดิมจากเมื่อตอนกลางวัน ผมมองลงไปเห็นอุปกรณ์แต่งหน้าสองสามชนิดตกอยู่ ทั้งลิปมัน กระจก หรือที่หนีบอะไรสักอย่างที่ตอนหลังผมได้รู้มาว่าเอาไว้ใช้ดัดขนตา ตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ แต่ผมรีบก้มลงไปเก็บสิ่งของเหล่านั้นขึ้นมาก่อนที่เธอจะไหวตัวทัน

ผมยื่นของที่เธอทำตกไปให้เธอ

"ขอบคุณค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ"

นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมได้คุยกับเธอ

 

 

ผมนั่งดื่มกาแฟจนหยดสุดท้ายและมองไปยังหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ความรู้สึกกระวนกระวายเริ่มสิงเข้ามาในตัวผม ทำไมวันนี้เธอช้ากว่าปกติ?  ทำไมปล่อยให้ผมรออยู่อย่างนี้?  หรือว่าเธอเป็นอะไรรึเปล่า?

ผมนั่งคิดอยู่พักหนึ่งจึงพยายามสงบสติอารมณ์ ผมตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อดูรูปเธอที่อยู่ในกล้องโทรศัพท์

รูปที่ผมชอบมากที่สุดน่าจะเป็นรูปที่เธออ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด เป็นรูปถ่ายจากด้านข้าง เธอกำลังตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ สายตาเธอจึงคมมากกว่าปกติด้วยความที่ใช้มันเพ่งสมาธิไปยังตัวหนังสือ ทำให้ดวงตากลมของเธอมีความชัดขึ้นมามากขึ้น มือข้างขวาของเธอถือปากกาไฮไลท์สีเหลือง ส่วนด้านซ้ายกำลังยกขึ้นมารวบผมที่ตกมาจากไหล่ของเธอ 

อีกรูปหนึ่งเป็นรูปที่ร้านน้ำ เธอหันไปหัวเราะกับเพื่อนพอดี เวลาเธอยิ้มดวงตาของเธอจะยิ้มไปด้วย ภาพนี้จึงออกมาเป็นธรรมชาติและสร้างรอยยิ้มคืนให้กับผมได้เสมอเช่นกัน

ถ้าจำไม่ผิดทั้งสองรูปจะถ่ายในช่วงเดียวกัน เป็นช่วงที่มีสอบ ซึ่งถึงแม้ผมจะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ แต่ข้อดีของมันก็คือทำให้ผมได้เจอเธอได้มากขึ้นเพราะต้องไปนั่งสถิตอยู่ที่ห้องสมุด

ผมกดดูรูปได้สักพักก็มองที่นาฬิกาอีกที เวลาผ่านไปรวมเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ปกติเธอไม่ใช่คนที่จะผิดเวลาแบบนี้เลย ความโกรธผสมปนเปกับความเป็นห่วง ผมควรจะโทรหาเธอดีมั้ย?  ผมไม่แน่ใจว่าถ้าผมโทรไปหาแล้วเธอจะว่าอย่างไร เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่เวลารีบก็ไม่ได้ชอบให้คนโทรตาม เพราะมันมีแต่จะทำให้ช้าลง จะว่าไปแล้วผมก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้ถามเธอในเรื่องแบบนี้ เมื่อคิดได้ผมจึงจดไว้ด้วยสมองเอาไว้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะถามเธอเพื่อให้ผมเข้าใจเธอได้มากขึ้น

ในขณะที่ผมคิดเช่นนั้นเอง ผมก็เหลือบตาขึ้นมามองไปเห็นเธอเดินออกมาพอดี วันนี้เธอใส่เสื้อโปโลสีฟ้า กางเกงเทนนิสและรองเท้าเทนนิสสีขาว ใส่ที่คาดผมสีแดง สะพายกระเป๋าที่คงจะบรรจุเสื้อผ้าไว้พร้อมที่จะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสตรงข้ามคอนโดนของพวกเรา

ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมกับหยิบมือถอืและเดินออกไปจากร้านเพื่อไปยืนรอที่หน้าร้าน

เธอเดินเข้ามาหาผม แม้จะเป็นชุดออกกำลังกายแต่ก็ดูเหมาะกับเธอจริงๆ ผมไม่เคยเห็นเสื้อตัวนี้มาก่อน แต่เสื้อสีฟ้าก็ตัดกับผิวสีขาวนวลของเธออย่างดี และทรงเสื้อก็เป็นลักษณะที่เข้ารูปแบบพอดีตัว ให้เห็นรูปร่างโดยไม่ได้น่าเกลียด แม้ผมจะรู้จักเธอมาเกือบปีแล้วแต่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความสวยของเธอและความโชคดีของผมที่ได้พบเธอในวันนั้น

 

เธอเดินใกล้เข้ามา

 

และเธอก็เดินผ่านผมไป 

 

ดูเหมือนเธอจะไม่เห็นผม และเธอก็หันเพื่อที่จะเดินขึ้นไปบนสะพานลอย เห็นดังนั้นผมจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา. . .

 

*แชะ*


 ผมใช้นิ้วโป้งกดไปยังปุ่มถ่ายรูปที่โทรศัพท์ของผม  โชคดีจริงๆ วันนี้ถ่ายรูปได้ชัด เห็นเธอตั้งตัว และยังเป็นเสื้อตัวใหม่ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย

ผมหันหลังและเดินย้อนกลับไปยังคอนโดของผม อีกไม่กี่อาทิตย์ก็คงจะเริ่มอ่านหนังสือกันอีกแล้ว คงได้เวลาที่ผมจะกลับไปย้ายรูปลงเครื่องคอมพิวเตอร์บ้างเสียที เดี๋ยวจะไม่มีพื้นที่เหลือในเครื่องให้ถ่ายรูปใหม่ๆอีก ใครจะไปรู้ คราวนี้เอิร์นอาจจะมีเครื่องแต่งกายอะไรใหม่ๆหรืออาจจะเปลี่ยนทรงผมไปเลยก็ได้

คิดได้ดังนั้นผมก็เร่งฝีเท้าขึ้นอีกจังหวะหนึ่ง แม้หลังๆจะไม่ค่อยได้เจอ แต่ช่วงเวลาของการรอคอยมันก็มีความสุขไปอีกแบบเหมือนกัน

 

<หมายเหต: เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นซะส่วนใหญ่ครับ ขอขอบคุณมากๆที่อ่านจนจบ ชอบไม่ชอบยังไงช่วยคอมเม้นท์ด้วยนะครับ>